เมื่อคนรอบข้างสำลักอาหาร สิ่งสำคัญที่สุดคือ **ตั้งสติ และลงมือช่วยอย่างถูกวิธีทันที** เพราะทางเดินหายใจที่ถูกอุดกั้นเพียงไม่กี่นาที อาจทำให้สมองขาดออกซิเจนและเกิดความเสียหายถาวร หรือเสียชีวิตได้
บทความนี้จะพาคุณเรียนรู้วิธีช่วยเหลือผู้สำลักอาหารอย่างถูกต้องตามมาตรฐานสากล ตั้งแต่การสังเกตอาการ ไปจนถึงขั้นตอนการปฐมพยาบาลแต่ละกลุ่มอายุ รวมถึงบทบาทของอุปกรณ์ช่วยเหลือสำรองในกรณีที่วิธีมาตรฐานไม่เพียงพอ
สัญญาณของผู้ที่กำลังสำลัก มักแสดงสัญญาณเหล่านี้:
- จับบริเวณลำคอด้วยมือทั้งสอง (Universal Choking Sign)
- พูดหรือร้องไม่ออก
- ไอได้แผ่วหรือไม่มีแรงไอเลย
- หายใจลำบาก หรือมีเสียงหวีดขณะหายใจ
- ใบหน้าแดงก่ำ แล้วค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ
- ริมฝีปากหรือปลายนิ้วเริ่มเป็นสีม่วง
*หากผู้ป่วยยังไอได้แรง* ให้กระตุ้นให้ไอต่อเนื่องและอย่าทำอะไรเพิ่ม การไออย่างแรงคือวิธีที่ดีที่สุดในการขับสิ่งอุดกั้นออกเอง
*หากผู้ป่วยไอไม่ออก พูดไม่ได้ หรือหายใจไม่ออก* ให้ลงมือช่วยทันที
หากผู้ป่วยยังสามารถไอหรือพูดได้ ควรกระตุ้นให้ไอแรงๆ เพื่อขับสิ่งอุดตันออกมาเอง แต่หากเริ่มหายใจไม่ออกหรือไม่สามารถส่งเสียงได้ ควรรีบให้การช่วยเหลือทันที.
โทร 1669 ก่อนเสมอ *ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด โทร 1669 ทันทีที่พบผู้สำลัก*
อย่ารอดูอาการเพียงอย่างเดียว เพราะ รถพยาบาลต้องใช้เวลาเดินทาง การโทรก่อนแล้วค่อยปฐมพยาบาลระหว่างรอคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด
วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่นิยมใช้
สำหรับผู้ใหญ่และเด็กอายุมากกว่า 1 ปี
แนวทางนี้อ้างอิงตามมาตรฐานของ American Heart Association (AHA) และ American Red Cross ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของโรงพยาบาลชั้นนำในไทย
**ขั้นตอนที่ 1 — ตบหลัง 5 ครั้ง (Back Blows)**
โน้มตัวผู้ป่วยไปข้างหน้าให้ศีรษะต่ำกว่าหน้าอก ใช้ส้นมือ (ไม่ใช่ฝ่ามือ) ตบระหว่างสะบักทั้งสองข้าง 5 ครั้ง แรงและรวดเร็ว หลังตบแต่ละครั้งให้ตรวจสอบว่าสิ่งอุดกั้นหลุดออกมาหรือยัง หากยังไม่หลุด ให้ทำขั้นตอนต่อไปทันที
**ขั้นตอนที่ 2 — กระแทกหน้าท้อง 5 ครั้ง (Abdominal Thrusts / Heimlich Maneuver)**
ยืนด้านหลังผู้ป่วย สอดแขนใต้รักแร้ทั้งสองข้าง กำมือข้างหนึ่งวางไว้เหนือสะดือแต่ต่ำกว่าลิ้นปี่ ใช้มืออีกข้างโอบกำปั้นไว้ แล้วกระแทกเข้าด้านในและขึ้นด้านบนพร้อมกัน 5 ครั้งแรง ๆ
**สลับขั้นตอนที่ 1 และ 2** ไปเรื่อย ๆ จนกว่าสิ่งอุดกั้นจะหลุดออกมา
**หากผู้ป่วยหมดสติระหว่างนั้น** วางผู้ป่วยลงบนพื้นราบอย่างระมัดระวัง โทร 1669 อีกครั้งและแจ้งว่าผู้ป่วยหมดสติ จากนั้นเริ่ม CPR ทันที ทุกครั้งที่เปิดทางเดินหายใจ ให้มองในปากก่อน หากเห็นสิ่งแปลกปลอมให้เอาออก แต่ห้ามล้วงคอโดยไม่เห็น
สำหรับทารกอายุต่ำกว่า 1 ปี
> **ห้ามทำ Heimlich Maneuver กับทารกเด็ดขาด** เพราะอาจทำให้อวัยวะภายในได้รับบาดเจ็บ
ตบหลัง 5 ครั้ง: อุ้มทารกคว่ำหน้าลงบนแขน ให้ศีรษะต่ำกว่าลำตัว ประคองศีรษะไว้ ใช้ส้นฝ่ามือตบระหว่างสะบัก 5 ครั้งแรงพอประมาณ
กดหน้าอก 5 ครั้ง: พลิกทารกหงายขึ้นบนแขน ให้ศีรษะยังคงต่ำกว่าลำตัว ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางกดตรงกลางหน้าอก (ต่ำกว่าแนวราวนมเล็กน้อย) 5 ครั้ง
สลับสองวิธีนี้จนกว่าสิ่งอุดกั้นจะหลุด หรือจนกว่าทารกจะหมดสติ หากหมดสติให้เริ่ม CPR สำหรับทารกทันที
—
กรณีพิเศษที่ต้องปรับวิธี
กรณีพิเศษที่ต้องปรับวิธี
สตรีมีครรภ์: ห้ามกระแทกที่หน้าท้อง ให้เปลี่ยนเป็นกระแทกที่กลางกระดูกหน้าอก (Chest Thrust) แทน โดยใช้ตำแหน่งมือเดียวกันกับการกดหน้าอกใน CPR
ผู้สูงอายุที่ร่างกายเปราะบาง: ระมัดระวังแรงในการทำ Heimlich เพราะอาจทำให้กระดูกซี่โครงหักได้ หากทำได้ควรเน้นการตบหลังก่อน
ผู้ป่วยในรถเข็น: ล็อกล้อก่อนเสมอ ยืนด้านหลัง และทำ Heimlich ได้ตามปกติ หากผู้ป่วยตัวใหญ่และผู้ช่วยออกแรงไม่ไหว ให้ขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้างทันที
**กรณีสำลักคนเดียว ไม่มีใครช่วย:** กำมือกระแทกหน้าท้องตัวเองหลายครั้ง หรือใช้ขอบโต๊ะหรือพนักเก้าอี้กระแทกหน้าท้องอย่างแรง แล้วโทร 1669 โดยเร็วที่สุด
—
หลังการช่วยเหลือ: สิ่งที่ต้องทำเสมอ
แม้สิ่งอุดกั้นจะหลุดออกมาแล้วและผู้ป่วยดูเหมือนปกติ **ต้องพาพบแพทย์ทุกกรณี** เพราะ:
– อาจมีบาดเจ็บภายในจากแรงกระแทก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและสตรีมีครรภ์
– สิ่งแปลกปลอมบางส่วนอาจยังค้างอยู่ในทางเดินหายใจ
– อาจเกิดการอักเสบของหลอดลมหรือปอดตามมาในภายหลัง
—
บทบาทของอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้สำลัก: แผนสำรองที่ควรมี
อุปกรณ์ช่วยผู้สำลักอาหาร (Anti-Choking Device) เป็น **อุปกรณ์ปฐมพยาบาลสำรอง** ที่ทำงานด้วยหลักการสร้างแรงดูดสุญญากาศ (Suction) เพื่อดึงสิ่งแปลกปลอมออกจากทางเดินหายใจ
⚠️ สำคัญ: อุปกรณ์ประเภทนี้ไม่ใช่ตัวแทนของการปฐมพยาบาลมาตรฐาน ต้องโทร 1669 และ
ใช้วิธีตบหลัง + Heimlich ก่อนเสมอ อุปกรณ์สำรองควรนำมาใช้ต่อเมื่อวิธีมาตรฐานไม่ได้ผล หรือทำไม่ได้ในสถานการณ์นั้น ๆ
สถานการณ์ที่อุปกรณ์สำรองมีประโยชน์
– ตบหลังและ Heimlich ซ้ำหลายรอบแล้วยังไม่ได้ผล
– ผู้ดูแลออกแรงทำ Heimlich ได้ไม่เพียงพอ เช่น ผู้สูงอายุดูแลกันเอง
– สถานการณ์ที่ทำ Heimlich ได้ยาก เช่น ผู้ป่วยในรถเข็น หรือสตรีมีครรภ์
MaxVac ถูกออกแบบให้ใช้งานได้ง่ายใน 3 ขั้นตอน (วาง → กด → ดึง) มีหน้ากาก 3 ขนาดในชุดเดียว ครอบคลุมตั้งแต่เด็กอายุ 28 วันจนถึงผู้ใหญ่ และมี One-Way Valve ที่ป้องกันการดันสิ่งแปลกปลอมลงลึกกว่าเดิมขณะกดกระบอก
สรุปลำดับการช่วยเหลือที่ถูกต้อง
1. โทร 1669 ทันที
2. กระตุ้นให้ไออย่างแรง (ถ้าทำได้)
3. ตบหลัง 5 ครั้ง + Heimlich 5 ครั้ง (สลับซ้ำ)
4. หากยังไม่ได้ผล → ใช้อุปกรณ์ช่วยสำรองเพิ่มเติม
5. หากผู้ป่วยหมดสติ → เริ่ม CPR ทันที
6. พาพบแพทย์ทุกกรณี แม้อาการจะดีขึ้นแล้ว
Maxvac ถูกออกแบบให้ใช้งานได้ง่าย ลดขั้นตอนที่ซับซ้อน และเหมาะสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่ต้องการความรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม หลังการช่วยเหลือควรรีบนำผู้ป่วยพบแพทย์ทันที แม้อาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม
แหล่งข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติม
1. โรงพยาบาลรามาธิบดี — “อาหารติดคอ อย่ามัวรีรอ อันตรายกว่าที่คิด”
https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/infographic/choking
2. American Red Cross – Adult&Child Choking : Symptoms and first Aid
3.American Heart Association (AHA) – CPR – and knowing how to help someone choking – could prevent a heart crisis
MaxVac | อุปกรณ์ช่วยเหลือผู้สำลักอาหาร นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย บริษัท รีเล็กซ์ เม็กซ์
(ไทยแลนด์) จำกัด
เลขที่ ใบรับรอง อย.: 67-2-3-2-0009367
